1. ธัญพืชและผลิตภัณฑ์ที่มาจากธัญพืช (Cereals and Cereal Products) [2]
มาตรฐานนี้กำหนดมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ที่มาจากธัญพืช วิธีการใช้คำว่า “Bread” ในอาหาร และกำหนดให้เพิ่มวิตามินไปในแป้งสาลี (the mandatory fortification of flour) ที่ใช้ในการผลิตขนมปังที่มีวิตามินบี 1 (bread making with thiamin) ในออสเตรเลีย โดยกำหนดความหมายของขนมปัง (bread)[3] ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากแป้งสาลี (flour products)[4] flours or meals[5] wholegrain[6] wholemeal[7] ไว้
โดยกำหนดว่า แป้งสาลีที่ใช้ในการทำขนมปังจะต้องมีวิตามินบี 1 ไม่น้อยกว่า 6.4 mg/kg และ
ขนมปังอาจจะมีอาหารอื่นประกอบอยู่ด้วยได้ (ยกเว้น แป้งสาลีที่ใช้ผลิตขนมปังในนิวซีแลนด์หรือนำเข้ามายังนิวซีแลนด์) และ
อาจจะมีการใช้คำว่า “Bread” บนฉลากของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ถ้อยคำนั้นตามแบบประเพณีนิยม (traditionally) เช่น ‘shortbread’, ‘soda bread’, ‘pita bread’ หรือ ‘crispbread’
โดยให้มีการระบุรายละเอียดบนฉลากอาหารเกี่ยวกับสารที่อยู่ในอาหารตาม clause 4 of Standard 1.2.3 (Mandatory Warning and Advisory Statements and Declarations) ด้วย เช่น ธัญพืชต่างๆ ที่มี gluten, namely, wheat, rye, barley, oats and spelt, and their hybridised strains ก็ให้ระบุไว้บนฉลากด้วย
2. เนื้อสัตว์ ไข่ และปลา (Meat, Eggs and Fish) ผลไม้ ผัก และแยม (Fruit Vegetable and Jam)
2.1 เนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ (Meat and Meat Products) [1]
มาตรฐานนี้จะนำไปใช้กับทั้งประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ยกเว้นบทบัญญัติตาม Clause 11 ที่จะใช้เฉพาะกับออสเตรเลียเท่านั้น นอกจากนั้น The Agriculture and Resource Management Council of Australia and New Zealand (ARMCANZ) ได้กำหนดมาตรฐานเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ในออสเตรเลียเกี่ยวกับสุขอนามัยในการเชือดสัตว์เพื่อการบริโภคของมนุษย์ (hygienic slaughter of animals for human consumption) ซึ่งก็จะไม่ได้นำมาตรฐานนี้มาใช้กับนิวซีแลนด์ด้วยเช่นกัน
โดยมาตรฐานได้กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับคำนิยาม ส่วนประกอบอาหาร การติดฉลากสำหรับเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ สำหรับหลักเกณฑ์ในการแปรรูปผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ รวมถึงการบดหมักผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์นั้นจะมีมาตรฐานกำหนดอยู่ใน Standard 1.6.2
รายละเอียดของมาตรฐานมีดังนี้
2.1.1 คำนิยาม
เนื้อ cured และ/หรือเนื้อสดที่ทำแห้ง (dried meat flesh) ทั้งชิ้น (in whole cuts) หรือเป็นชิ้นๆ (pieces) หมายถึงเนื้อและกระดูกที่ติดกับเนื้อนั้นที่มีโปรตีนเนื้อ (meat protein) on a fat free basis ไม่น้อยกว่า 160 g/kg
เนื้อแปรรูป (manufactured meat) หมายถึง เนื้อสัตว์ที่ผ่านกระบวนการ (processed meat ) โดยมีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบไม่น้อยกว่า 660 g/kg
เนื้อสัตว์ (meat) หมายถึง ซากทั้งตัวของหรือส่วนของซากวัวควาย อูฐ กวาง แพะ กระต่ายป่า หมู สัตว์ปีก กระต่าย หรือแกะที่ไม่ได้ถูกเชือดในป่า (slaughtered other than in a wild state) แต่ไม่รวมถึง
(1) ซากทั้งตัวของหรือส่วนของซากสัตว์อื่นใด เว้นแต่จะเป็นสัตว์ที่จะมีกฎหมายของ a State, Territory หรือ New Zealand อนุญาตให้ใช้เพื่อการบริโภคของมนุษย์ได้ หรือ
(2) ไข่นกหรือตัวอ่อนหรือส่วนของตัวอ่อน (avian eggs, or foetuses or part of foetuses)
สำหรับไข่และปลาจะมีมาตรฐานที่กำหนดไว้เป็นการเฉพาะตาม Standard 2.2.2 และ Standard 2.2.3
เนื้อสด (meat flesh) หมายถึง กล้ามเนื้อที่ติดกระดูกของสัตว์ที่ถูกเชือด รวมถึง สิ่งที่ติดมา (attached) คือ หนัง (rind) ไขมัน เนื้อเยื่อที่เชื่อมต่อระหว่างเซลล์ (connective tissue) เอ็น (nerve) เลือด (blood) และเส้นเลือด (blood vessels) และหนัง (skin) ในกรณีสัตว์ปีก
พายเนื้อสัตว์ (meat pie) หมายถึง พายที่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบไม่น้อยกว่า 250 g/kg
ซากสัตว์ (offal) หมายถึงส่วนต่างๆ ของซากสัตว์ เช่น เลือด สมอง หัวใจ ไต ตับ ตับอ่อน ม้าม ต่อม thymus ลิ้น กระเพาะ แต่ไม่รวมถึงเนื้อสด กระดูกและไขกระดูกของสัตว์
เนื้อสัตว์ผ่านกระบวนการ (processed meat) หมายถึง ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ที่มีเนื้อสัตว์ประกอบอยู่ด้วยไม่น้อยกว่า 300 g/kg ทั้งที่เป็นส่วนประกอบเพียงอย่างเดียว (singly) หรือผสมอยู่กับส่วนผสมอาหารหรือสารเพิ่มเติมอาหาร โดยเป็นเนื้อสัตว์ที่ผ่านกระบวนการ นอกเหนือจากการถอดกระดูก (boning) แล่ (slicing) ตัดออกเป็นชิ้นเล็ก (dicing) สับ (mincing) หรือแช่แข็ง (freezing) และรวมถึงเนื้อสัตว์แปรรูป เนื้อ cured และ/หรือเนื้อสดที่ทำแห้ง (dried meat flesh) ทั้งชิ้น (in whole cuts) หรือเป็นชิ้นๆ (pieces)
ไส้กรอก (sausage) หมายถึงเนื้อสัตว์ที่สับหรือบดหรือทั้งสับและบด โดยอาจจะมีอาหารอื่นผสมอยู่ด้วยและบรรจุสิ่งห้อหุ้มหรือทำรูปร่างเป็นชิ้นแยกจากกัน (encased or formed into discrete units) แต่ไม่รวมถึงเนื้อสัตว์ที่จัดรูปร่างหรือรวมเข้าด้วยกันเพื่อให้ดูเหมือนเป็นชิ้นเนื้อสัตว์ (into the semblance of cuts of meat)
2.1.2 ส่วนประกอบอาหาร
เมื่อมีการทำละลาย (thawed) สัตว์ปีกแช่แข็งจะต้องมีของเหลวในปริมาณไม่เกิน 60g/kg ตามวิธีการที่กำหนดในตารางของมาตรฐานนี้คือ
ไส้กรอก จะต้องมีส่วนประกอบของเนื้อสัตว์สดไร้ไขมัน (fat free meat flesh) ไม่น้อยกว่า 500g/kg และสัดส่วนไขมันที่อยู่ในไส้กรอกจะต้องมีไม่เกิน 500g/kg ของส่วนที่เป็นเนื้อสัตว์สดไร้ไขมัน (fat free meat flesh content)2.1.3 การติดฉลาก
กำหนดรายละเอียดไว้ ดังนี้
(1) อาหารที่ประกอบด้วยซากสัตว์
ในกรณีที่อาหารมีเลือด สมอง หัวใจ ไต ตับ ลิ้นหรือกระเพาะของสัตว์ ให้ระบุบนฉลากถึงชื่อของซากสัตว์ (class name offal) หรือชนิดของซากสัตว์ (specific type of offal) โดยปกติจะห้ามมิให้มีการใส่ซากอื่นใดนอกจากที่กล่าวมาแล้วไปในอาหาร แต่อาจจะใส่ลงไปได้ หากมีการระบุชื่อเฉพาะ (specific name) ของซากสัตว์ส่วนนั้นไว้ในฉลาก หรือในกรณีที่อาหารนั้นไม่มีกฎหมายกำหนดให้ต้องติดฉลาก ได้มีการแจ้ง (declared) ให้ผู้ซื้อทราบแล้ว
(2) ไขมันที่อยู่ในเนื้อสับ
ในกรณีที่มีการอ้างถึงไขมันที่อยู่ในเนื้อสับ ให้ระบุสัดส่วนปริมาณสูงสุดของไขมันที่อยู่ในเนื้อสับโดยใช้หน่วย g/100g บนฉลากที่อยู่บนบรรจุภัณฑ์อาหาร หรือในกรณีที่อาหารนั้นไม่มีกฎหมายกำหนดให้ต้องติดฉลาก ให้แสดง (displayed) พร้อมกับการวางจำหน่ายอาหารนั้นหรือแจ้งให้ผู้ซื้อทราบเมื่อผู้ซื้อร้องขอ
(3) เนื้อสัตว์ดิบที่รวมเข้าด้วยกันหรือจัดรูปร่างเพื่อให้ดูเหมือนเป็นชิ้นเนื้อสัตว์ (raw meat joined or formed into the semblance of a cut of meat)
ในกรณีที่มีการรวมเข้าด้วยกันหรือจัดรูปร่างเนื้อสัตว์ดิบเพื่อให้ดูเหมือนเป็นชิ้นเนื้อสัตว์โดยใช้วิธีพันเข้ากัน (binding system) ไม่ว่าจะมีการเคลือบหรือไม่ (whether coated or not) โดยไม่ใช้ความร้อน การระบุว่าเนื้อสัตว์นั้นเป็นการรวมเข้าด้วยกันหรือจัดรูปร่างเพื่อให้ทราบถึงวิธีการดำเนินการเพื่อบรรลุความปลอดภัยด้านจุลินทรีย์ (microbiological safety) ของอาหารซึ่งต้องระบุไว้พร้อมคู่มือประกอบอาหาร (with cooking instructions) จะต้องระบุไว้บนฉลากที่อยู่บนบรรจุภัณฑ์ของเนื้อสัตว์นั้นด้วย หรือในกรณีที่อาหารนั้นไม่มีกฎหมายกำหนดให้ต้องติดฉลาก ต้องแจ้ง (declared) ให้ผู้ซื้อทราบ
(4) การตรวจสอบตราประทับ (Inspection brands)
อาจใช้สีที่อนุญาตให้ใส่ไปในอาหารได้ตาม Standard 1.3.1 ใส่บนผิวนอก (outer surface) ของเนื้อสัตว์เพื่อเป็นตราประทับ (as a brand) ที่จะใช้ในการตรวจสอบหรือจำแนกลักษณะได้ (inspection or identification) โดยที่ไม่ต้องมีการระบุถึงสีที่ใช้ในตราประทับนั้นบนฉลากอาหารที่อยู่บนบรรจุภัณฑ์อาหาร
(5) ฉลากของเนื้อบดหมักผ่านกระบวนการ (Labelling of fermented comminuted processed meat)
ให้ใช้ชื่อต่อไปนี้บนฉลากของเนื้อบดหมักผ่านกระบวนการ
ก. กรณีเป็นเนื้อบดหมักผ่านกระบวนการที่ไม่ได้ผ่านความร้อน (heat treated) หรือปรุงสุก (cooked) ให้ใช้คำว่า ‘fermented processed meat - not heat treated’ และกรณีเป็นเนื้อบดหมักผ่านกระบวนการที่ผ่านความร้อน ให้ใช้คำว่า ‘fermented processed meat - heat treated’ และกรณีเป็นเนื้อบดหมักผ่านกระบวนการปรุงสุก ให้ใช้คำว่า ‘fermented processed meat - cooked’
ข. ในกรณีฉลากบนบรรจุภัณฑ์ที่ใส่เนื้อสัตว์บดหมักผ่านกระบวนการมีการระบุชื่อการค้า (trade name) ไว้ด้วย ชื่อการค้านั้นจะต้องระบุพร้อมกับคำดังนี้
- กรณีเป็นเนื้อบดหมักผ่านกระบวนการที่ไม่ได้ผ่านความร้อนหรือปรุงสุก ให้ใส่คำว่า ‘fermented”
- กรณีเป็นเนื้อบดหมักผ่านกระบวนการที่ผ่านความร้อน ให้ใส่คำว่า ‘fermented heat treated’
- กรณีเป็นเนื้อบดหมักผ่านกระบวนการปรุงสุก ให้ใส่คำว่า ‘fermented cooked’
ค. ยกเว้นกรณีหลักเกณฑ์ตามที่กำหนดไว้ในข้อ ก. และข้อ ข. บนฉลากของเนื้อสัตว์บดหมักผ่านกระบวนการจะอ้างถึงกระบวนการผ่านความร้อนได้เฉพาะในกรณีที่เป็นการอ้างไว้เพื่อเป็นคู่มือการประกอบอาหารแก่ผู้บริโภค (a cooking instruction for the consumer) เท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ห้ามมิให้มีการใช้คำว่า ‘pasteurised’ หรือคำอื่นใดที่มีความหมายเหมือนกัน
(6) ฉลากของเนื้อสัตว์บดหมักแปรรูป (fermented comminuted manufactured meat)
ให้ใช้ชื่อต่อไปนี้บนฉลากของเนื้อบดหมักแปรรูป
ก. กรณีเป็นเนื้อบดหมักแปรรูปที่ไม่ได้ผ่านความร้อน (heat treated) หรือปรุงสุก (cooked) ให้ใช้คำว่า ‘fermented manufactured meat - not heat treated’ และกรณีเป็นเนื้อบดหมักแปรรูปที่ผ่านความร้อน ให้ใช้คำว่า ‘fermented manufactured meat - heat treated’ และกรณีเป็นเนื้อบดหมักแปรรูปปรุงสุก ให้ใช้คำว่า ‘fermented manufactured meat - cooked’
ข. ในกรณีฉลากบนบรรจุภัณฑ์ที่ใส่เนื้อสัตว์บดหมักแปรรูปมีการระบุชื่อการค้า (trade name) ไว้ด้วย ชื่อการค้านั้นจะต้องระบุพร้อมกับคำดังนี้
- กรณีเป็นเนื้อบดหมักแปรรูปที่ไม่ได้ผ่านความร้อนหรือปรุงสุก ให้ใส่คำว่า ‘fermented”
- กรณีเป็นเนื้อบดหมักแปรรูปที่ผ่านความร้อน ให้ใส่คำว่า ‘fermented heat treated’
- กรณีเป็นเนื้อบดหมักแปรรูปปรุงสุก ให้ใส่คำว่า ‘fermented cooked’
ค. ยกเว้นกรณีหลักเกณฑ์ตามที่กำหนดไว้ในข้อ ก. และข้อ ข. บนฉลากของเนื้อสัตว์บดหมักแปรรูปจะอ้างถึงกระบวนการผ่านความร้อนไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ห้ามมิให้มีการใช้คำว่า ‘pasteurised’ หรือคำอื่นใดที่มีความหมายเหมือนกัน
(7) เนื้อบดหมักผ่านกระบวนการและเนื้อสัตว์บดหมักแปรรูปที่ไม่อยู่ในบรรจุภัณฑ์ (Unpackaged fermented comminuted manufactured meat and fermented comminuted processed meat products)
ในกรณีที่มีการเสนอขายเนื้อบดหมักผ่านกระบวนการหรือเนื้อสัตว์บดหมักแปรรูปโดยเนื้อดังกล่าวไม่ได้อยู่ในบรรจุภัณฑ์ ต้องระบุชื่อของเนื้อชนิดนั้น (prescribed name of the food) ไว้พร้อมกับการวางจำหน่ายเนื้อดังกล่าว แต่หากเป็นกรณีเป็นเนื้อบดหมักแปรรูปที่ไม่ได้ผ่านความร้อนหรือปรุงสุก หรือเนื้อบดหมักแปรรูปที่ไม่ได้ผ่านความร้อนหรือปรุงสุก อาจไม่ต้องระบุคำว่า ‘not heat treated’ ก็ได้
(8) เนื้อวัวโบไวน์หรือผลิตภัณฑ์จากเนื้อวัวโบไวน์ (Bovine meat and meat products) จะต้องมาจากสัตว์ที่ปราศจากเชื้อไข้สมองอักเสบ (bovine spongiform encephalopathy) มาตรฐานนี้ใช้กับออสเตรเลียเท่านั้น สำหรับนิวซีแลนด์จะมี New Zealand Food Standards กำหนดเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้
โดยตามมาตรฐานนี้ระบุว่า ส่วนผสมเพียงเล็กน้อย (minor ingredient) หมายถึง การมีปริมาณส่วนผสมในอาหารไม่เกิน 300 g/kg และกำหนดว่าเนื้อวัวโบไวน์และส่วนผสมอาหารที่มาจากเนื้อวัวโบไวน์จะต้องได้มาจากสัตว์ที่ปราศจากเชื้อไข้สมองอักเสบ ยกเว้นกรณีเป็น
ก. สารโปรตีนในเนื้อเยื่อ (collagen) ที่มาจากหนังวัวโบไวน์ (bovine skins and hides) รวมถึงไส้กรอก (sausage casings) ที่ผลิตจากสารโปรตีนในเนื้อเยื่อชนิดนี้ด้วย และ
ข. ส่วนผสมเพียงเล็กน้อยของผลิตภัณฑ์ผ่านกระบวนการ (a processed product) ที่มีส่วนผสมเพียงเล็กน้อยดังกล่าวเป็นไขมันของวัวโบไวน์ (bovine fat) และ/หรือมันของวัวโบไวน์ (bovine tallow)
ค. เจลาติน (gelatine) ที่ทำมาจากหนังของวัวโบไวน์
ง. ผลิตภัณฑ์นมเนย (dairy products) ที่ทำมาจากวัวโบไวน์
2.2 ไข่และผลิตภัณฑ์จากไข่ (Egg and Egg Products) [1]
มาตรฐานนี้กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับไข่และผลิตภัณฑ์ไข่ โดยระบุรายละเอียดไว้ 3 กรณีคือ
(1) คำนิยาม
ไข่ (egg) หมายถึง สิ่งที่แพร่พันธุ์อยู่ในเปลือก (reproductive body in shells) ซึ่งได้มาจากสัตว์สายพันธุ์นก (avian species) ซึ่งมีเปลือกที่ไม่มีรอยแตกที่มองเห็นได้ ไม่มีมูลสัตว์ใดๆ (faecal matter) ดินหรือสิ่งแปลกปลอมใดๆ (soil or other foreign matteพ)
ผลิตภัณฑ์ไข่ (egg products) หมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่มีไข่เป็นส่วนประกอบทั้งมีเป็นบางส่วน ทั้งหมดในรูปของเหลว แช่แข็งหรือแห้ง
รอยแตกที่มองเห็นได้ (visible cracks) จะรวมถึง รอยแตกที่มองเห็นได้เมื่อส่องไฟดู (by candling)
(2) ผลิตภัณฑ์ไข่ที่ต้องผ่านกระบวนการ (processing of egg products)
จะต้องนำไข่ไปผ่านกระบวนการพาสเจอร์ไรซ์ หรือกระบวนการอื่นใดที่เท่าเทียมกัน เพื่อทำให้ผลิตภัณฑ์ไข่ที่ใช้ในอาหารมีปริมาณจุลินทรีย์ไม่เกินกว่า (microbiological criteria) ที่กำหนดไว้ใน Standard 1.6.1.
แต่ไม่ต้องนำไข่ไปผ่านกระบวนการดังกล่าวนี้ หากเป็นการใช้ผลิตภัณฑ์ไข่ที่ไม่ได้ขายในระดับขายปลีก (non-retail sale of egg products) ในอาหารที่ได้มีการผ่านกระบวนการพาสเจอร์ไรซ์ หรือกระบวนการอื่นใดที่เท่าเทียมกัน ซึ่งทำให้ผลิตภัณฑ์ไข่ที่ใช้ในอาหารมีปริมาณจุลินทรีย์ไม่เกินกว่า (microbiological criteria) ที่กำหนดไว้ใน Standard 1.6.1. แล้ว
(3) การขายไข่ที่มีรอยแตก (sale of cracked eggs)
ในการจัดเลี้ยง จะต้องนำผลิตภัณฑ์ไข่นั้นไปผ่านกระบวนการพาสเจอร์ไรซ์ หรือกระบวนการอื่นใดที่เท่าเทียมกันเพื่อทำให้ผลิตภัณฑ์ไข่มีปริมาณจุลินทรีย์ไม่เกินกว่า (microbiological criteria) ที่กำหนดไว้ใน Standard 1.6.1.
อย่างไรก็ตาม Standard 1.2.3 ได้ระบุว่า จะต้องมีการระบุว่าไข่และผลิตภัณฑ์ไข่ที่ยังไม่ผ่านกระบวนการพาสเจอร์ไรซ์ ไว้บนฉลากของผลิตภัณฑ์นั้นด้วย
2.3 ปลาและผลิตภัณฑ์จากปลา (Fish and Fish Products) [1]
มาตรฐานนี้กำหนดความหมายของปลา และระดับ histamine ที่อยู่ในปลาและผลิตภัณฑ์ปลา พร้อมทั้งกำหนดให้มีการระบุบนฉลากถึงวิธีการประกอบอาหารปลาที่รวมเข้าด้วยกันโดยใช้วิธีพันเข้ากัน (binding system) โดยไม่ผ่านความร้อน ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้
(1) ปลา (Fish) หมายถึง สัตว์มีกระดูกสันหลังเลือดเย็นที่อาศัยอยู่ในน้ำ (cold-blooded aquatic vertebrates) และสัตว์มีกระดูกสันหลังที่อาศัยอยู่ในน้ำ รวมถึงสัตว์น้ำมีเปลือก (shellfish) แต่ไม่รวมถึงสัตว์หรือพืชครึ่งบกครึ่งน้ำ (amphibians) และสัตว์เลื้อยคลาน
(2) โดยปลาและผลิตภัณฑ์ปลาจะต้องมีระดับ histamine ไม่เกิน 200 mg/kg
(3) ในกรณีที่มีการรวมเข้าด้วยกันหรือจัดรูปร่างปลาดิบ (raw fish) เพื่อให้ดูเหมือนเป็นชิ้นปลา (cut or fillet) โดยใช้วิธีพันเข้ากัน (binding system) โดยไม่ผ่านความร้อน ไม่ว่าจะมีการเคลือบหรือไม่ (whether coated or not) การระบุว่า ปลานั้นเป็นการรวมเข้าด้วยกันหรือจัดรูปร่างเพื่อให้ทราบถึงวิธีการดำเนินการเพื่อบรรลุความปลอดภัยด้านจุลินทรีย์ (microbiological safety) ของอาหารซึ่งต้องระบุไว้พร้อมคู่มือประกอบอาหาร (with cooking instructions) จะต้องระบุไว้บนฉลากที่อยู่บนบรรจุภัณฑ์ของปลาด้วย หรือในกรณีที่อาหารนั้นไม่มีกฎหมายกำหนดให้ต้องติดฉลาก ต้องแจ้ง (declared) ให้ผู้ซื้อทราบ
2.4 ผลไม้และผัก (Fruit and Vegetable) [1]
ผลไม้และผัก (fruit and vegetables) หมายถึง ผลไม้ ผัก ถั่ว (nuts) เครื่องเทศ (spices) สมุนไพร (herbs) เห็ดรา (fungi) พืชผักตระกูล Fabales (legumes) และเมล็ดพืช (seeds)
ผลไม้และผักที่ลอกเปลือกออก และ/หรือตัดเป็นชิ้น (peeled and/or cut fruit and vegetables) หมายถึง ผลไม้และผักที่ลอกเปลือกออก และ/หรือตัดเป็นชิ้น ไม่ว่าจะมีการรักษาผิวนอกหรือไม่ (surface treated)
ผลไม้และผักที่รักษาผิวนอก (surface treated fruit and vegetables) หมายถึง ผลไม้และผักที่เก็บเกี่ยว (harvested) ล้าง (washed) และดำเนินการใดๆ (treated) โดยใช้สารช่วยในการผลิตหรือสารเจือปนอาหารที่อนุญาตให้ใช้ไปได้ (with permitted processing aids and food additives)
โดยผลไม้และผักในน้ำเกลือ (in brine) ในน้ำมัน (oil) ใน vinegar หรือในน้ำ (water) ยกเว้นผลไม้และผักในกระป๋องที่จำหน่ายในเชิงพาณิชย์ (commercially canned fruit and vegetables) จะต้องมีค่า pH ไม่เกิน 4.6
2.5 แยม (Jam) [2]
แยม (jam) หมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากหรือแปรรูปจากสิ่งใดสิ่งหนึ่งดังต่อไปนี้
(1) ผลไม้ และ
(2) น้ำตาลหรือน้ำผึ้ง และ
(3) น้ำผลไม้ และ
(4) น้ำผลไม้เข้มข้น และ
(5) น้ำที่สกัดออกมาจากผลไม้ (water extracts of fruit)
และรวมถึงผลไม้กวนหรือดอง (conserve) แต่ไม่รวมถึง marmalade
แยมแต่ละกิโลกรัม (Each kilogram of jam) จะต้องทำมาจากผลไม้ที่มีชื่อระบุอยู่บนฉลากไม่น้อยกว่า 400 grams และต้องประกอบไปด้วย ส่วนที่ละลายน้ำได้ (water-soluble solids) ไม่น้อยกว่า 650 g/kg
3. น้ำมันที่บริโภคได้ (Edible Oils) [3]
3.1 น้ำมันที่บริโภคได้ (edible oils) หมายถึง ไตรกลีเซอร์ไรด์ของกรดไขมัน (triglycerides of fatty acids) ที่ได้จากพืชหรือสัตว์
โดยน้ำมันที่บริโภคได้จะหมายความรวมถึงไขมันที่บริโภคได้ (edible fats) และสัตว์หรือพืชจะรวมถึงสัตว์หรือพืชที่อาศัยอยู่ในน้ำด้วย (aquatic plants and aquatic animals)
มาตรฐานนี้ไม่ได้กำหนดชื่อของน้ำมันที่บริโภคได้ไว้เป็นการเฉพาะ ดังนั้น อาจค้นหาได้จาก (Guidance on the specific naming of oils) Codex Alimentarius 1983 Volume 8 - Fats, Oils and Related Products and the Agreement to Monitor Olive Oils and Olive Pomace Oils in Australia issued by the Australian Olive Oil Association
น้ำมันที่บริโภคได้อาจประกอบไปด้วย incidental amounts of free fatty acids, unsaponifiable constituents and other lipids โดย ‘Other lipids’ จะหมายความรวมถึง naturally occurring gums, waxes and phosphatides
หากมีการใช้ชื่อน้ำมันที่บริโภคได้ชื่อใดชื่อหนึ่งเป็นการเฉพาะ ให้ระบุวิธีแปรรูป (nature of any process) ที่ใช้ในการแปลงส่วนประกอบของกรดไขมันที่อยู่ในน้ำมันที่บริโภคได้ (used to alter the fatty acid composition of the edible oil) ไว้บนฉลากที่อยู่บนบรรจุภัณฑ์ที่ใส่น้ำมันที่บริโภคได้นั้นด้วย เช่น ระบุว่า ใช้วิธีแปรรูปแบบ hydrogenation ในการแปลงส่วนประกอบของกรดไขมันที่อยู่ในน้ำมันที่บริโภคได้
3.2 น้ำมันที่บริโภคได้ที่ใช้ทาบนอาหาร (edible oil spreads)
น้ำมันที่บริโภคได้ที่ใช้ทาบนอาหาร (edible oil spreads) หมายถึง อาหารที่ใช้ทาบนอาหารซึ่งประกอบด้วยน้ำมันที่บริโภคได้และน้ำในรูปของการผสมที่ไม่ละลายเข้ากันในลักษณะน้ำในน้ำมัน (in the form of an emulsion of the type water-in-oil)
มาการีน (margarine) หมายถึง น้ำมันที่บริโภคได้ซึ่งทาบนอาหารที่มีส่วนประกอบของน้ำมันที่บริโภคได้ไม่น้อยกว่า 800g/kg
(1) น้ำมันที่บริโภคได้ซึ่งทาลงบนอาหารและมาการีนอาจประกอบไปด้วย
(1.1) น้ำ และ
(1.2) โปรตีนที่บริโภคได้ และ
(1.3) เกลือ และ
(1.4) กรดแล็กติก (lactic acid) producing micro-organisms และ
(1.5) flavour producing micro-organisms และ
(1.6) ผลิตภัณฑ์นม และ
(1.7) phytosterol esters ในปริมาณไม่เกิน 137 g/kg หรือ
(1.8) tall oil phytosterols ในปริมาณไม่เกิน 80 g/kg
(2) น้ำมันที่บริโภคได้แบบตั้งโต๊ะที่ใช้ทาบนอาหาร (Table edible oil spreads) และมาการีนแบบตั้งโต๊ะ (table margarine) ต้องประกอบไปด้วยวิตามินดี (vitamin D) ไม่น้อยกว่า 55 ug/kg แต่ไม่ใช้มาตรฐานนี้กับน้ำมันที่บริโภคได้แบบตั้งโต๊ะที่ใช้ทาบนอาหารและมาการีนแบบตั้งโต๊ะที่ผลิตหรือนำเข้ามายังนิวซีแลนด์
4. ผลิตภัณฑ์นมเนย (Dairy Products)
4.1 นม (Milk) [1]
4.1.1 คำนิยาม
นม (milk) หมายถึง น้ำคัดหลั่งจากเต้านมของสัตว์ที่ให้น้ำนม (mammary secretion of milking animals) ที่ได้จากสัตว์ที่ให้น้ำนม (one or more milkings) เพื่อการบริโภคเป็นน้ำนม (as liquid milk) หรือเพื่อแปรรูปต่อ แต่ไม่รวมถึง colostrums
นมพร่องไขมัน (skim milk) หมายถึง นมที่สกัดเอาไขมันนม (milkfat) ออกไป
4.1.2 ส่วนประกอบของนมวัวที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์ (composition of cow’s milk)
(1) นมวัวที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์ซึ่งขายในระดับขายปลีกจะต้องมีส่วนประกอบอาหารตามที่มีรายชื่อตาม column 1 ของตารางต่อไปนี้ ตามสัดส่วนที่ระบุไว้ใน column 2 เว้นแต่จะเป็นกรณีตามข้อ (2)
| Column 1 | Column 2 |
| milkfat | minimum 32 g/kg |
| protein (measured as crude protein) | minimum 30 g/kg |
(2) อาจมีการปรับสัดส่วนนมวัวที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์ที่ขายในระดับขายปลีกให้สอดคล้องกับสัดส่วนตามข้อ (1) ด้วยการเพิ่มและ/หรือลดส่วนประกอบของนมได้ หากการปรับสัดส่วนนั้นไม่ได้ส่งผลเป็นการเปลี่ยนแปลงโปรตีนในหางนม (whey protein) ให้เป็นสัดส่วนส่วนโปรตีนหลักในนมของนมที่ปรับสัดส่วนนั้น (the whey protein to casein ratio of the milk being adjusted)
4.1.3 ส่วนประกอบของนมพร่องมันเนย (Composition of skim milk)
นมพร่องมันเนยจะต้องมีส่วนประกอบตามที่ระบุไว้ใน column 1 ตามสัดส่วนที่ระบุไว้ใน column 2 โดยโปรตีนตามที่กำหนดไว้ในตารางนี้จะใช้เฉพาะกับนมพร่องมันเนยที่ได้จากนมวัวเท่านั้น
| Column 1 | Column 2 |
| milkfat | maximum 1.5 g/kg |
| protein (measured as crude protein) | minimum 30 g/kg |
4.1.4 วิธีการผลิตนม (Milk to be processed)
การผลิตนมจะต้องเป็นไปตาม Standard 1.6.2 ของกฎหมายนี้ แต่ไม่รวมถึงนมและผลิตภัณฑ์นมที่ผลิตในนิวซีแลนด์ซึ่งจะต้องดำเนินการตามวิธีการที่ระบุไว้ the Dairy Industry Act 1952 และ the New Zealand Milk and Milk Products Processing Standard 2002 (เดิม มาตรฐานนี้กำหนดว่าให้เป็นไปตาม the Food Regulations 1984)
4.2 ครีม (Cream) [1]
(1) ครีม (cream) หมายถึง ผลิตภัณฑ์นมซึ่งอุดมไปด้วยไขมันพอควร (comparatively rich in fat) ในรูปของการผสมที่ไม่ละลายเข้ากันในลักษณะไขมันในนมพร่องมันเนย (an emulsion of fat-in-skim milk) ซึ่งได้มาด้วยการสกัดจากนม (separation from milk)
(2) ส่วนประกอบของครีม (composition of cream)
ครีมจะต้องประกอบด้วยไขมันนมไม่น้อยกว่า 350 g/kg แต่อาจมีการปรับส่วนประกอบสุดท้ายของครีม (The final composition of cream) ที่ได้จากการสกัดจากนม ด้วยการเติมนมหรือผลิตภัณฑ์ที่ได้จากนมลงไปได้
อย่างไรก็ตาม นมและผลิตภัณฑ์นมที่ผลิตในนิวซีแลนด์จะต้องผลิตตามวิธีการที่ระบุไว้ใน the Dairy Industry Act 1952 และ the New Zealand Milk and Milk Products Processing Standard 2002 (เดิม มาตรฐานนี้กำหนดว่าให้เป็นไปตาม the Food Regulations 1984)
4.3 ผลิตภัณฑ์จากนมหมัก (Fermented Milk Products) [2]
4.3.1 คำนิยาม
นมหมัก (fermented milk) หมายถึง ผลิตภัณฑ์นมที่ได้จากการหมักนม (fermentation of milk) และ/หรือผลิตภัณฑ์ที่ได้มาจากนมซึ่งการหมักจะเกี่ยวข้องกับการทำปฏิกิริยา (action) ของ micro-organisms และส่งผลให้กลายเป็นก้อนของเหลว (coagulation) และลดความเป็นด่าง (a reduction in pH)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น